This printed article is located at http://thai-th.listedcompany.com/president_message.html

Message from the President


นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว
รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่
สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน
รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่

ปี 2560 การบินไทยได้ดำเนินการตามแผนปฏิรูปขั้นที่ 3 คือ การเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 6 กลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นเรื่องการหารายได้ บริหารต้นทุนให้แข่งขันได้ อีกทั้งต้องเร่งบริหารจัดการทรัพย์สินที่ไม่มีความจำเป็นในการถือครองทั้งอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ โดยมีเป้าหมายสร้างความเป็นเลิศในการบริการและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้มีการปรับรูปแบบและกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมนำนวัตกรรม IT ใหม่ๆ เข้ามาใช้พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านต่างๆ อย่างจริงจัง อาทิ ระบบบริหารเครือข่ายเส้นทางบิน (Network Management System : NMS) ระบบบริหารราคาขาย (Revenue Management System : RMS) ระบบบริหารสื่อสารข้อมูลเพื่อความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้า (Customer Relation Management : CRM) เป็นต้น อีกทั้งได้เร่งปรับปรุงในทุกจุดบริการอย่างครบวงจร (Magic Service Ring) เพื่อสร้างประสบการณ์ความเป็นเลิศในระดับ World Class ให้แก่ผู้โดยสาร ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทการทำงานของพนักงานการบินไทยทุกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง

สำหรับโครงการลงทุนที่สำคัญ คือ การศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (TG MRO Campus) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) พ.ศ. 2560-2564 เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO หรือ Maintenance, Repair and Overhaul) ที่ทันสมัยที่สุดของเอเชียแปซิฟิก ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ การบินไทยได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ระยะที่ 1 และการพัฒนาศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ ระยะที่ 1 กับกองทัพเรือ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก ในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของการบินไทยที่จะพลิกโฉมท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ที่เพียบพร้อมด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากล

นอกจากนี้ การบินไทยรับมอบเครื่องบินแบบโบอิ้ง 787-9 จำนวน 2 ล่า และแอร์บัส A350 XWB 5 ลำ เข้ามาเสริมศักยภาพฝูงบินเพื่อทำการบินทั้งพิสัยไกลและพิสัยกลาง (Flexible Aircraft) ได้อย่างคุ้มค่า พร้อมเปิดรับสมัครพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน จำนวนกว่า 200 อัตราเพื่อรองรับการบริการและขยายเส้นทางบิน และในปีนี้การบินไทยได้เปิดเส้นทางบินตรงสู่กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรียซึ่งเป็นประตูสู่ภูมิภาคยุโรปกลางที่ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อการเดินทางสู่เมืองต่างๆ ในยุโรปได้ รวมไปถึงพัฒนางานด้านการขายและการจำหน่ายบัตรโดยสารในยุคดิจิทัลเพื่อเร่งหารายได้ และได้ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือระหว่างกันบนเที่ยวบินร่วม (Codeshare) กับสายการบินบางกอกแอร์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการขายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับสองสายการบินให้มากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันผลจากการที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization หรือ ICAO) พิจารณา เห็นชอบให้ประเทศไทยพ้นจากการเป็นประเทศที่มีข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย (Significant Safety Concerns) และ ได้ปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยแล้ว ในเว็บไซต์ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ทำให้หน่วยงานกำกับด้านความปลอดภัย การบินพลเรือนของประเทศต่างๆ กลับมามีความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของสายการบินของประเทศไทยและช่วยทำให้ขจัดปัญหาการระงับการเพิ่มเที่ยวบิน-จุดบิน และการห้ามเปลี่ยนแบบเครื่องบินที่ทำการบินเข้าประเทศปลายทางให้หมดไป ส่งผลให้สายการบินในประเทศไทยสามารถทำการบินได้ตามปกติ ตามข้อตกลงทางการบินระหว่างกัน (Air Service Agreement: ASA) ซึ่งส่งผลดีกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ถือเป็นตลาดการท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งจากเดิมถูกระงับการเพิ่มเที่ยวบินจากไทย เมื่อเดินทางมาสะดวก สายการบินก็สามารถเจรจาขอเพิ่มเที่ยวบินกับประเทศดังกล่าวได้ ซึ่งผลจากการปลด ธงแดงของประเทศ ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับแบบเครื่องบินเพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับปริมาณของผู้โดยสารในแต่ละเส้นทาง โดยเฉพาะในเส้นทางประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในปี 2561 การบินไทยยังคงตั้งใจมุ่งมั่นดำเนินการตามแผนปฏิรูปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้ การบินไทยกลับมายืนอยู่ในแถวหน้าด้วยความสง่างาม โดยสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจคืนให้แก่ผู้มีอุปการคุณทุกท่านได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการและขั้นตอนการทำงาน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ อย่างยั่งยืนต่อไป

สุดท้ายนี้ ดิฉัน พร้อมด้วยฝ่ายบริหารและพนักงานการบินไทย มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า จากความร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยทักษะความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน จะสร้างความแข็งแกร่งให้การบินไทยพร้อมที่จะกลับมาเป็นบริษัทชั้นนำที่มีการบริหารจัดการที่ดี ด้วยความ สง่างามและนำความภาคภูมิใจกลับคืนมาให้กับพวกเราและคนในชาติอีกครั้ง ในฐานะสายการบินแห่งชาติสืบไป


Please read our General Disclaimer & Warning carefully.
Use of this Website constitutes acceptance of the Terms of Website Use.
Copyright © 2018. ThaiListedCompany.com. All Rights Reserved.