Email This Print This 
สารจากประธานกรรมการ


นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม
ประธานกรรมการ

ปีนี้เป็นปีที่การบินไทยดำเนินธุรกิจครบรอบ 55 ปี ด้วยสภาพแวดล้อมของปี 2558 ที่แตกต่างไปจากปี 2557 ทั้งในเรื่องของสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่สงบเรียบร้อยมากขึ้นและราคานํ้ามันเชื้อเพลิงที่ลดลง ซึ่งนับเป็นปัจจัยบวก ประกอบกับการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปมาตั้งแต่ต้นปี 2558 ทำให้การบินไทยมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าปี 2557 มาก หากไม่นับรวมรายการพิเศษต่างๆ อาทิ การด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรจากการปรับลดพนักงานในปีนี้ ซึ่งเป็นรายการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการปฏิรูป

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลในเชิงลบต่ออุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของไทย ในด้านการบินบริษัทฯ ต้องประสบกับปัญหามาตรฐานการกำกับดูแลความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทย ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินระหว่างประเทศ ซึ่งการบินไทยต้องระดมกำลังและเวลาไม่น้อยในการพิสูจน์ ให้การบินพลเรือนในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศ EU เห็นว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับสูงอยู่ อีกทั้งการบินไทยมีความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐาน ให้อยู่ในระดับสูงที่สุดในอุตสาหกรรม ด้วยโครงการมาตรฐานความปลอดภัยเหนือระดับ (Safety Beyond Compliance) ที่ได้ริเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม และในที่สุด ในวันที่ 15 ธันวาคม 2558 การบินไทยก็ได้รับใบอนุญาตบินเข้าน่านฟ้ายุโรป จากองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) และได้ให้การบินไทยเป็น Third Country Operator โดยไม่มีเวลาสิ้นสุด

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังประสบปัญหาปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงจากสถานการณ์การเมือง การบินไทยจึงได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมการทำตลาดร่วมกัน (Co-marketing) พร้อมกันนั้นการบินไทยยังเปิดตัวเว็บไซต์ social.thaiairways.com สนับสนุนเว็บไซต์หลัก www.thaiairways.com เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการเดินทางท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น และให้ข้อมูลข่าวสารการเดินทาง ที่เป็นประโยชน์และทันสมัยกว่า 70 เส้นทางทั่วโลก พร้อมทั้งสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวเดินทางของตนแก่ผู้อื่นได้เช่นกัน

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบดังกล่าวข้างต้น ปี 2558 นี้ ยังเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งใหญ่ที่การบินไทยต้องดำเนินงานตามแผนปฏิรูป เพื่อขับเคลื่อนองค์กรโดย แต่ละหน่วยงานได้เร่งปรับปรุงกระบวนการทำงานให้กระชับและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และได้ร่วมมือกันบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบสำหรับการหารายได้ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด สายการพาณิชย์ได้มีบทบาทสำคัญในเรื่องปรับกลยุทธ์ด้านการขายและระบบบริหารราคาบัตรโดยสารให้รวดเร็ว เพื่อให้ทันคู่แข่งในตลาด โดยราวกลางปี 2559 บริษัทฯ จะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับบริหารงานด้านการพาณิชย์ที่ครบวงจรเทียบเท่าสายการบินชั้นนำ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแล้ว ผู้โดยสารของการบินไทย ยังได้รับความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นอีกเป็นอันมาก

ในปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ของการปฏิรูปการบินไทยมุ่งสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขัน “Strength Building” ด้วยการขับเคลื่อน 4 แผนงานหลัก ได้แก่ แผนหารายได้ในเชิงรุกแผนลดค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แผนการสร้างขีดความสามารถ (Capability) อย่างยั่งยืน และ แผนสร้างความเป็นเลิศในการบริการลูกค้า เพื่อให้การบินไทยพร้อมต่อสู้ในเวทีระดับโลก โดยจะมีการพัฒนางานใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายด้าน ทั้งด้านงานซ่อมบำรุงอากาศยานของฝ่ายช่าง และด้านงานบริการสายการบินลูกค้าของหน่วยธุรกิจ พร้อมกับจะมีการขยายงานและร่วมทุนกับบริษัทต่างๆ โดยใช้ศักยภาพที่บริษัทฯ มีอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อการสร้างรายได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งจะมีการบูรณาการระหว่างการบินไทยและไทยสมายล์ให้เครือข่ายเส้นทางบินของกลุ่มการบินไทยสมบูรณ์ด้วยมาตรฐานการบริการที่มีคุณภาพ ทันสมัย เพื่อรองรับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่

สุดท้ายนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ และฝ่ายบริหารมั่นใจว่าแผนปฏิรูปได้นำพาบริษัทฯ ให้มีผลประกอบการดีขึ้น และเรามุ่งมั่นที่จะดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ด้วยการทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังของพนักงานทุกคน ทำให้ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมางานบริการทั้งภาคพื้นและบนเครื่องบินของบริษัทฯ ได้รับรางวัล 1 ใน 10 ลำดับของโลกอย่างต่อเนื่อง อันแสดงถึงศักยภาพและหัวใจที่พร้อมให้บริการของพนักงานการบินไทย ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ ฝ่ายบริหาร และพนักงาน ยืนยันที่จะผนึกกำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้แผนปฏิรูปขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ และนำการบินไทยกลับคืนเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยต่อไป